เตรียมสอบ V-NET
ด้านสมรรถนะเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy)

เฉลยและเทคนิคการทำข้อสอบ

💻 การใช้งาน Hardware

ข้อ 1
ข้อใดต่อไปนี้อธิบายความแตกต่างระหว่าง ROM และ RAM ได้ถูกต้องที่สุด
ก. ROM มีความเร็วสูงกว่า RAM และสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า
ข. RAM เก็บข้อมูลได้อย่างถาวร ส่วน ROM เก็บข้อมูลได้เฉพาะเมื่อมีไฟฟ้า
ค. ROM เก็บข้อมูลได้แม้ไม่มีไฟฟ้า แต่ RAM ต้องมีไฟฟ้าหล่อเลี้ยงและมีความเร็วสูงกว่า
ง. ROM และ RAM มีคุณสมบัติเหมือนกันทุกประการ แต่ต่างกันที่ขนาด
จ. ROM ใช้เป็นพื้นที่ทำงานชั่วคราว ส่วน RAM ใช้เก็บโปรแกรม BIOS
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: ROM (Read-Only Memory) vs RAM (Random Access Memory)
เทคนิค: จำง่ายๆ ว่า ROM = ถาวร (ไม่หาย), RAM = ชั่วคราว (ปิดเครื่องหาย)
ต้องคิด: ตัวไหนเก็บ BIOS? ตัวไหนเร็วกว่า?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. ROM เก็บข้อมูลได้แม้ไม่มีไฟฟ้า แต่ RAM ต้องมีไฟฟ้าหล่อเลี้ยงและมีความเร็วสูงกว่า
📖 เหตุผล:
ROM เก็บข้อมูลได้อย่างถาวร แม้ไม่มีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงหรือไฟดับ เหมาะสำหรับเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น โปรแกรม BIOS หรือ UEFI ปัจจุบันพัฒนาเป็น Flash ROM ที่สามารถแก้ไขข้อมูลได้

RAM เก็บข้อมูลได้เฉพาะเมื่อมีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยง หากปิดเครื่องข้อมูลจะสูญหาย มีความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลสูงมาก เหมาะสำหรับใช้เป็นพื้นที่ทำงานชั่วคราวของระบบ
ข้อ 2
พอร์ตใดที่มีความสามารถในการส่งสัญญาณภาพ เสียง และข้อมูลได้ในพอร์ตเดียว และสามารถใช้เชื่อมต่อได้ทั้งอุปกรณ์นำเข้าและอุปกรณ์แสดงผลรุ่นใหม่
ก. พอร์ต HDMI
ข. พอร์ต DisplayPort
ค. พอร์ต USB-C/Thunderbolt
ง. พอร์ต S/PDIF
จ. พอร์ต USB
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "ภาพ + เสียง + ข้อมูล" ในพอร์ตเดียว และ "อุปกรณ์นำเข้า + แสดงผล"
เทคนิค: ต้องเป็นพอร์ตที่ทำได้ครบทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะทาง
ต้องคิด: พอร์ตรุ่นใหม่ที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันคืออะไร?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. พอร์ต USB-C/Thunderbolt
📖 เหตุผล:
พอร์ต USB-C/Thunderbolt เป็นพอร์ตรุ่นใหม่ที่สามารถส่งสัญญาณภาพ เสียง และข้อมูลได้ในพอร์ตเดียว และใช้เชื่อมต่อได้ทั้งอุปกรณ์นำเข้าและอุปกรณ์แสดงผลรุ่นใหม่ เช่น จอมอนิเตอร์แบบพกพา พอร์ตเดียวก็เพียงพอ

เปรียบเทียบพอร์ตอื่น:
• HDMI/DisplayPort = ส่งเฉพาะภาพและเสียง ไม่รองรับข้อมูลทั่วไป
• S/PDIF = ส่งเฉพาะเสียง
• USB ทั่วไป = ไม่สามารถส่งสัญญาณภาพคุณภาพสูงได้

⚙️ การใช้งานระบบปฏิบัติการ

ข้อ 3
ข้อใดต่อไปนี้แสดงถึงจุดเด่นที่แตกต่างกันระหว่าง iOS และ Android อย่างถูกต้อง
ก. iOS เน้นความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง ส่วน Android เน้นความปลอดภัยสูง
ข. iOS เป็นโอเพนซอร์ส ส่วน Android เป็นระบบปิด
ค. iOS เน้นความปลอดภัยสูง ส่วน Android เน้นความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง
ง. iOS และ Android มีจุดเด่นเหมือนกันทุกประการ
จ. iOS ใช้สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ส่วน Android ใช้สำหรับมือถือ
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "จุดเด่นที่แตกต่างกัน" ระหว่าง iOS vs Android
เทคนิค: จำได้ง่ายๆ ว่า Apple = ปลอดภัย, Android = ปรับแต่งได้
ต้องคิด: ระบบไหนที่ควบคุมเข้มงวด? ระบบไหนที่เปิดกว้างให้ปรับแต่ง?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. iOS เน้นความปลอดภัยสูง ส่วน Android เน้นความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง
📖 เหตุผล:
iOS ของ Apple เน้นความปลอดภัยสูง มีการควบคุมเข้มงวดในการอนุญาตแอป และระบบปิดที่ไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงระบบลึก

Android ของ Google เน้นความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง เป็นโอเพนซอร์ส สามารถติดตั้งแอปจากแหล่งอื่นได้ และปรับแต่งระบบได้มากกว่า

ทั้งสองระบบเป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือที่มีจุดเด่นแตกต่างกัน ตัวเลือกอื่นไม่ถูกต้อง เนื่องจากข้อ ก. สลับจุดเด่น ข้อ ข. ผิดเรื่องโอเพนซอร์ส ข้อ ง. ไม่ถูกต้อง และข้อ จ. ทั้งคู่ใช้สำหรับอุปกรณ์มือถือ
ข้อ 4
ข้อใดต่อไปนี้แสดงถึงเหตุผลที่สำคัญที่สุดในการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัสของโปรแกรมป้องกันไวรัส
ก. เพื่อให้โปรแกรมทำงานได้เร็วขึ้น
ข. เพื่อประหยัดพื้นที่ฮาร์ดดิสก์
ค. เพื่อให้สามารถตรวจจับไวรัสใหม่ ๆ ได้
ง. เพื่อให้โปรแกรมใช้งานง่ายขึ้น
จ. เพื่อเพิ่มจำนวนไฟล์ที่สามารถสแกนได้
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "เหตุผลที่สำคัญที่สุด" ในการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัส
เทคนิค: ไวรัสใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ต้องอัปเดตฐานข้อมูลเพื่อรู้จักมัน
ต้องคิด: ถ้าไม่อัปเดต โปรแกรมก็จะไม่รู้จักไวรัสใหม่
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. เพื่อให้สามารถตรวจจับไวรัสใหม่ ๆ ได้
📖 เหตุผล:
สิ่งสำคัญที่สุดในการใช้โปรแกรมป้องกันและกำจัดไวรัส คือ การอัปเดตฐานข้อมูลไวรัสอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โปรแกรมสามารถรู้จักและตรวจจับไวรัสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้

ไวรัสและมัลแวร์มีการพัฒนาและเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา หากไม่อัปเดตฐานข้อมูล โปรแกรมแอนติไวรัสจะไม่สามารถตรวจจับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้

การอัปเดตฐานข้อมูลไวรัสจึงมีจุดประสงค์หลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ส่วนตัวเลือกอื่นไม่ใช่เหตุผลหลักของการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัส

📁 จัดการข้อมูล

ข้อ 5
หากผู้ใช้ต้องการคัดลอกไฟล์จากโฟลเดอร์หนึ่งไปยังอีกโฟลเดอร์หนึ่ง โดยใช้แป้นพิมพ์ลัด (Keyboard Shortcut) คำสั่งที่ถูกต้องคือข้อใด
ก. Ctrl + X แล้ว Ctrl + P
ข. Ctrl + V แล้ว Ctrl + C
ค. Ctrl + C แล้ว Ctrl + V
ง. Ctrl + R แล้ว Ctrl + V
จ. Ctrl + P แล้ว Ctrl + X
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "คัดลอกไฟล์" (Copy)
เทคนิค: Copy = Ctrl+C, Paste = Ctrl+V, Cut = Ctrl+X
ต้องคิด: คัดลอก ≠ ย้าย (ไฟล์ต้นฉบับยังอยู่)
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. Ctrl + C แล้ว Ctrl + V
📖 เหตุผล:
Ctrl + C เป็นคำสั่งคัดลอก (Copy) และ Ctrl + V เป็นคำสั่งวาง (Paste) เป็นวิธีที่ถูกต้องสำหรับการคัดลอกไฟล์หรือข้อมูลจากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งโดยไม่ลบไฟล์ต้นฉบับ

จำง่ายๆ:
• Ctrl + C = Copy (คัดลอก - ไฟล์เดิมยังอยู่)
• Ctrl + X = Cut (ตัด - ไฟล์เดิมหายไป)
• Ctrl + V = Paste (วาง)
ข้อ 6
ข้อใดไม่ใช่วิธีในการย้ายโฟลเดอร์หรือไฟล์ในระบบปฏิบัติการ Windows
ก. ลากวางไฟล์หรือโฟลเดอร์ แล้วเลือกคำสั่ง Cut และ Paste
ข. ใช้คำสั่ง Cut และ Paste จากแถบเครื่องมือ
ค. ลากไฟล์หรือโฟลเดอร์จากที่หนึ่งไปวางยังตำแหน่งใหม่
ง. ใช้ปุ่ม Ctrl + C และ Ctrl + V
จ. ใช้ปุ่ม Ctrl + X และ Ctrl + V
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "ไม่ใช่วิธีในการย้ายโฟลเดอร์"
เทคนิค: ย้าย = Cut (Ctrl+X), คัดลอก = Copy (Ctrl+C)
ต้องคิด: ข้อไหนที่เป็นการ "คัดลอก" แทนที่จะเป็น "ย้าย"?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ง. ใช้ปุ่ม Ctrl + C และ Ctrl + V
📖 เหตุผล:
Ctrl + C และ Ctrl + V เป็นคำสั่ง "คัดลอก" ไม่ใช่ "ย้าย" ไฟล์หรือโฟลเดอร์

การย้ายไฟล์ต้องใช้:
• คำสั่ง Cut และ Paste
• คีย์ลัด Ctrl + X และ Ctrl + V
• การลากไฟล์ไปยังตำแหน่งใหม่

การใช้ Ctrl + C (Copy) จะทำให้ไฟล์เดิมยังอยู่ที่เดิม ไม่ได้ย้ายไปที่ใหม่

💾 สำรองข้อมูล

ข้อ 7
ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการสำรองข้อมูลแบบออนไลน์
ก. ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงข้อมูล
ข. มีความเร็วในการอัปโหลด/ดาวน์โหลดสูง
ค. ปลอดภัยเพราะควบคุมการเข้าถึงได้เอง
ง. สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ทุกเวลา
จ. เหมาะสำหรับการสำรองข้อมูลขนาดใหญ่
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "ไม่ใช่ข้อดี" ของ "ออนไลน์"
เทคนิค: ออนไลน์ = ต้องใช้อินเทอร์เน็ต!
ต้องคิด: ข้อไหนที่ขัดแย้งกับ "ออนไลน์"?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ก. ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงข้อมูล
📖 เหตุผล:
การเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ทุกเวลาเป็นข้อดีของการสำรองข้อมูลแบบออนไลน์ (Cloud Storage) ซึ่งจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงข้อมูล

ดังนั้นข้อความที่ว่า "ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงข้อมูล" จึงไม่ใช่ข้อดีของการสำรองข้อมูลแบบออนไลน์ เพราะหากไม่มีอินเทอร์เน็ตจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำรองไว้ได้

ข้อดีจริงของการสำรองออนไลน์:
• เข้าถึงได้จากทุกที่ (แต่ต้องมีเน็ต)
• ไม่กลัวอุปกรณ์เสียหาย
• แชร์ได้ง่าย
ข้อ 8
ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการสำรองข้อมูลแบบ Full Backup
ก. ง่ายในการกู้คืนข้อมูล
ข. ใช้เวลาน้อยที่สุดในการสำรองข้อมูล
ค. ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาไฟล์สำรองอื่นในการกู้คืน
ง. ได้ไฟล์สำรองข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์
จ. เหมาะสำหรับการสำรองข้อมูลรายสัปดาห์หรือรายเดือน
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "ไม่ใช่ข้อดี" ของ "Full Backup"
เทคนิค: Full = สำรองทั้งหมด = ใช้เวลานาน!
ต้องคิด: สำรองทั้งหมดทุกครั้ง เร็วหรือช้า?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ข. ใช้เวลาน้อยที่สุดในการสำรองข้อมูล
📖 เหตุผล:
การสำรองข้อมูลแบบ Full Backup ต้องทำการสำรองข้อมูลทั้งหมดทุกครั้ง จึงใช้เวลามากที่สุดในการสำรองข้อมูลเมื่อเทียบกับรูปแบบอื่น เช่น Incremental Backup ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่า

ดังนั้น "ใช้เวลาน้อยที่สุดในการสำรองข้อมูล" จึงไม่ใช่ข้อดีของ Full Backup

ข้อดีจริงของ Full Backup:
• ง่ายในการกู้คืน (มีข้อมูลครบในที่เดียว)
• ไม่ต้องพึ่งไฟล์สำรองอื่น
• ได้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์

📱 อุปกรณ์เคลื่อนที่

ข้อ 9
ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์หลักของการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Media)
ก. แบ่งปันเนื้อหา
ข. ติดต่อสื่อสารแบบทางการในองค์กร
ค. แสดงความคิดเห็นหรือประสบการณ์ต่าง ๆ
ง. ติดตามข่าวสาร
จ. สร้างเครือข่ายทางสังคม
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "ไม่ใช่จุดประสงค์หลัก" ของ "Social Media"
เทคนิค: Social Media = การสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ
ต้องคิด: งานในองค์กรใช้เครื่องมืออะไร? (ไม่ใช่ Facebook!)
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ข. ติดต่อสื่อสารแบบทางการในองค์กร
📖 เหตุผล:
การติดต่อสื่อสารแบบทางการในองค์กรไม่ใช่จุดประสงค์หลักของการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์

Social Media ใช้เพื่อ:
• การสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ
• การแบ่งปันเนื้อหา
• การแสดงความคิดเห็น
• การติดตามข่าวสาร
• การสร้างเครือข่ายทางสังคม

ส่วนการสื่อสารในองค์กรนิยมใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น ระบบอีเมล หรือแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกัน เช่น Microsoft Teams, Slack
ข้อ 10
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเด่นของเครือข่าย 5G
ก. มีความเร็วในการรับ–ส่งข้อมูลสูงมาก
ข. รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมาก
ค. ใช้ได้เฉพาะกับอุปกรณ์ Bluetooth
ง. มีความหน่วงต่ำ
จ. เหมาะสำหรับการใช้งานเทคโนโลยี AR/VR
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "ไม่ใช่ลักษณะเด่น" ของ "5G"
เทคนิค: 5G = เครือข่ายมือถือ, Bluetooth = เชื่อมต่อระยะสั้น
ต้องคิด: 5G กับ Bluetooth เป็นคนละเทคโนโลยี!
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. ใช้ได้เฉพาะกับอุปกรณ์ Bluetooth
📖 เหตุผล:
เครือข่าย 5G เป็นเทคโนโลยีไร้สายที่มีความเร็วสูง รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมาก และมีความหน่วงต่ำ เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงเทคโนโลยี AR/VR

5G ไม่ได้จำกัดการใช้งานเฉพาะอุปกรณ์ Bluetooth เพราะ 5G และ Bluetooth เป็นคนละเทคโนโลยี:
5G = เครือข่ายมือถือ สำหรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
Bluetooth = เชื่อมต่ออุปกรณ์ระยะสั้น เช่น หูฟัง ลำโพง

ดังนั้นตัวเลือกนี้จึงไม่ใช่ลักษณะเด่นของเครือข่าย 5G

☁️ ใช้งานคลาวด์คอมพิวติง

ข้อ 11
ข้อใดต่อไปนี้เป็นลักษณะของบริการคลาวด์แบบ Software as a Service (SaaS)
ก. ผู้ใช้ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ทั้งหมดเอง
ข. รองรับการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ส่วนเครื่องมือเฉพาะ
ค. ผู้ใช้งานสามารถใช้งานแอปพลิเคชันผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้โดยไม่ต้องติดตั้ง
ง. ใช้ในการพัฒนาและทดสอบแอปพลิเคชันโดยเฉพาะ
จ. ผู้ใช้ต้องดูแลโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดด้วยตนเอง
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "SaaS" = Software as a Service
เทคนิค: SaaS = ใช้ซอฟต์แวร์ผ่านเว็บ ไม่ต้องติดตั้ง
ต้องคิด: Gmail, Google Docs = ตัวอย่าง SaaS
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. ผู้ใช้งานสามารถใช้งานแอปพลิเคชันผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้โดยไม่ต้องติดตั้ง
📖 เหตุผล:
บริการ SaaS (Software as a Service) เป็นบริการที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้งานซอฟต์แวร์สำเร็จรูปผ่านอินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมลงบนเครื่อง

ตัวอย่าง SaaS:
• Google Workspace (Gmail, Docs, Sheets)
• Microsoft Office 365
• Dropbox
• Salesforce

ซึ่งต่างจากบริการคลาวด์รูปแบบอื่น:
IaaS = Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน)
PaaS = Platform (แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนา)
ข้อ 12
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ตัวอย่างของบริการที่สามารถใช้ในการแชร์ไฟล์ผ่านคลาวด์
ก. Google Drive
ข. Dropbox
ค. Microsoft Teams
ง. iCloud Drive
จ. OneDrive
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "ไม่ใช่ตัวอย่าง" ของ "แชร์ไฟล์ผ่านคลาวด์"
เทคนิค: มองหาตัวที่เป็น "แพลตฟอร์มสื่อสาร" ไม่ใช่ "จัดเก็บไฟล์"
ต้องคิด: ตัวไหนที่ชื่อไม่มี "Drive" หรือ "Box"?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. Microsoft Teams
📖 เหตุผล:
Microsoft Teams เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน (Communication & Collaboration) ไม่ใช่บริการสำหรับจัดเก็บหรือแชร์ไฟล์ผ่านคลาวด์โดยตรง

แม้จะสามารถเชื่อมต่อกับ OneDrive ได้ แต่ตัว Teams เองไม่ใช่บริการคลาวด์สำหรับจัดเก็บไฟล์

บริการแชร์ไฟล์จริงๆ:
• Google Drive
• Dropbox
• iCloud Drive
• OneDrive

🌐 ใช้งานเว็บเบราว์เซอร์

ข้อ 13
องค์กรหนึ่งต้องการให้พนักงานสามารถเข้าถึงเครือข่ายภายในองค์กรจากภายนอกสำนักงานได้อย่างปลอดภัย ควรเลือกใช้บริการเครือข่ายใด
ก. Mobile Network เพราะสามารถเชื่อมต่อได้ทุกที่
ข. Cloud Network เพราะรองรับการจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์
ค. VPN (Virtual Private Network) เพราะช่วยสร้างเครือข่ายส่วนตัวที่ปลอดภัย
ง. Wi-Fi เพราะสะดวกและใช้งานง่าย
จ. Ethernet เพราะมีความเร็วและเสถียรสูง
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "เข้าถึงเครือข่ายภายในองค์กร" + "จากภายนอก" + "ปลอดภัย"
เทคนิค: ต้องการเครือข่ายส่วนตัวเสมือนจริงที่เข้ารหัสข้อมูล
ต้องคิด: เทคโนโลยีไหนที่สร้าง "อุโมงค์" ปลอดภัยผ่านอินเทอร์เน็ต?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. VPN (Virtual Private Network) เพราะช่วยสร้างเครือข่ายส่วนตัวที่ปลอดภัย
📖 เหตุผล:
VPN เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างเครือข่ายส่วนตัวเสมือนจริง ทำให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายภายในองค์กรจากภายนอกได้อย่างปลอดภัย

ข้อดีของ VPN:
เข้ารหัสข้อมูล ที่รับ–ส่ง
• ลดความเสี่ยงจากการถูกดักจับข้อมูล
• สร้าง "อุโมงค์ปลอดภัย" ผ่านอินเทอร์เน็ต
• เข้าถึงทรัพยากรภายในองค์กรได้เหมือนอยู่ในสำนักงาน

ตัวเลือกอื่นไม่สามารถให้ความปลอดภัยในระดับเดียวกับ VPN สำหรับการเข้าถึงเครือข่ายภายในองค์กรจากระยะไกล
ข้อ 14
หากผู้ใช้งานต้องการนำภาพจากการค้นหาบน Google ไปใช้ในรายงานหรือสื่อเพื่อการศึกษา และต้องการหลีกเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์ ควรเลือกใช้ภาพประเภทใด
ก. ไม่ถูกจำกัดลิขสิทธิ์
ข. สิทธิ์แบบส่วนตัวของเจ้าของภาพ
ค. ใบอนุญาตที่ต้องชำระเงินก่อนใช้งาน
ง. สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons
จ. ภาพที่มีโลโก้ Google กำกับ
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "หลีกเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์" + "การศึกษา"
เทคนิค: ต้องการใบอนุญาตที่ชัดเจนว่า "ใช้ได้"
ต้องคิด: ระบบใบอนุญาตสากลที่นิยมใช้งานเพื่อการศึกษาคืออะไร?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ง. สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons
📖 เหตุผล:
ภาพที่ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons (Creative Commons License) สามารถนำไปใช้งานได้ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้

เงื่อนไขทั่วไป:
BY (Attribution) = ต้องให้เครดิตเจ้าของผลงาน
SA (Share Alike) = แบ่งปันต่อด้วยใบอนุญาตเดียวกัน
NC (Non-Commercial) = ห้ามใช้เชิงพาณิชย์
ND (No Derivatives) = ห้ามดัดแปลง

เหมาะสำหรับการใช้งานด้านการศึกษาและรายงานทั่วไป ช่วยหลีกเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์

ต่างจากภาพที่มีลิขสิทธิ์เฉพาะซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

💬 ใช้งานสื่อสังคม

ข้อ 15
ข้อใดจัดเป็นโปรแกรมสื่อสารส่วนบุคคล (Personal Communication Tools)
ก. Microsoft Teams
ข. Cisco Webex
ค. LINE
ง. Google Meet
จ. Moodle
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "ส่วนบุคคล" (Personal) ไม่ใช่องค์กร/ธุรกิจ
เทคนิค: มองหาแอปที่ใช้คุยกับเพื่อนและครอบครัว
ต้องคิด: ตัวไหนที่ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับการทำงาน/ประชุม?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. LINE
📖 เหตุผล:
LINE เป็นโปรแกรมสื่อสารส่วนบุคคล เหมาะสำหรับการพูดคุยทั่วไปหรือในกลุ่มเพื่อนและครอบครัว

ตัวเลือกอื่นเป็นเครื่องมือสำหรับ:
Microsoft Teams = การทำงานร่วมกันในองค์กร
Cisco Webex = การประชุมออนไลน์แบบมืออาชีพ
Google Meet = การประชุมออนไลน์
Moodle = ระบบการเรียนการสอนออนไลน์ (LMS)

จึงไม่จัดเป็นโปรแกรมสื่อสารส่วนบุคคลโดยตรง
ข้อ 16
เมื่อต้องการสร้างประกาศในกลุ่ม LINE เพื่อให้สมาชิกทุกคนเห็นข้อความนั้นชัดเจน ขั้นตอนที่ถูกต้องในการตั้งค่าข้อความหลังจากพิมพ์ข้อความเสร็จแล้วคือข้อใด
ก. แตะที่ไอคอนการตั้งค่ากลุ่ม
ข. แตะที่คำสั่งพิมพ์ข้อความแล้วเลือก "ประกาศ (Set as Announcement)"
ค. แตะที่ปุ่มแก้ไขข้อความ
ง. แตะที่ไอคอนแชร์ข้อความ
จ. แตะที่ปุ่มส่งข้อความแล้วตั้งใหม่
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "หลังจากพิมพ์ข้อความเสร็จแล้ว" + "ประกาศ"
เทคนิค: ต้องมีคำว่า "Announcement" ในตัวเลือก
ต้องคิด: ขั้นตอนตั้งค่าประกาศต้องทำก่อนส่งหรือหลังส่ง?
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ข. แตะที่คำสั่งพิมพ์ข้อความแล้วเลือก "ประกาศ (Set as Announcement)"
📖 เหตุผล:
หลังจากพิมพ์ข้อความเสร็จแล้ว ผู้ดูแลกลุ่มหรือผู้มีสิทธิ์สามารถเลือกตั้งค่าข้อความเป็น "ประกาศ (Set as Announcement)"

ผลลัพธ์:
• ข้อความแสดงอยู่ด้านบนของหน้าจอแชต
• สมาชิกในกลุ่มเห็นได้ชัดเจน
• ไม่ถูกกลบโดยข้อความอื่น
• เหมาะสำหรับประกาศสำคัญ

ตัวเลือกอื่นไม่ใช่ขั้นตอนสำหรับการตั้งค่าข้อความเป็นประกาศในกลุ่ม LINE

📧 ใช้งานไปรษณีย์อิเล็คทรอนิกส์

ข้อ 17
ในการเขียนอีเมลอย่างเป็นทางการ ข้อใดต่อไปนี้มีความสำคัญที่สุดในการระบุวัตถุประสงค์ของอีเมลให้ผู้รับเข้าใจได้อย่างชัดเจน
ก. การใช้คำขึ้นต้นอย่างสุภาพ
ข. การเขียนชื่อผู้รับอย่างชัดเจน (To)
ค. การตั้งชื่อเรื่อง (Subject) ให้ตรงประเด็น
ง. การแนบไฟล์ (Attachment) ที่ครบถ้วน
จ. การใช้ลายเซ็น (Signature) ที่เหมาะสม
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "วัตถุประสงค์ของอีเมล" + "ก่อนเปิดอ่าน"
เทคนิค: ส่วนไหนที่ผู้รับเห็นก่อนเปิดอีเมล?
ต้องคิด: หัวเรื่อง (Subject) = จุดแรกที่สื่อความ
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. การตั้งชื่อเรื่อง (Subject) ให้ตรงประเด็น
📖 เหตุผล:
การตั้งชื่อเรื่อง (Subject) เป็นส่วนที่ช่วยให้ผู้รับทราบวัตถุประสงค์ของอีเมลได้ทันทีตั้งแต่ก่อนเปิดอ่าน

ประโยชน์ของ Subject ที่ดี:
• ช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ
• ลดความสับสน
• ทำให้อีเมลถูกจัดลำดับความสำคัญได้
• ช่วยในการค้นหาอีเมลย้อนหลัง

ตัวอย่าง Subject ที่ดี:
✓ "ขอเอกสารประกอบการประชุมวันที่ 10/01/26"
✓ "แจ้งเลื่อนกำหนดส่งงาน - โครงการ X"
✗ "สวัสดีครับ" (ไม่ระบุวัตถุประสงค์)

ส่วนองค์ประกอบอื่นเป็นส่วนเสริมของมารยาทและความสมบูรณ์ของอีเมล
ข้อ 18
ในการใช้งานการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน (2-Step Verification) สำหรับ Gmail วิธีใดต่อไปนี้มีความปลอดภัยสูงสุดและไม่สามารถถูกดักจับรหัสผ่านได้ง่าย
ก. การรับรหัสยืนยันผ่าน SMS
ข. Google Prompt
ค. Passkeys และ Security Keys
ง. Google Authenticator
จ. การรับรหัสผ่านทางโทรศัพท์
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "ปลอดภัยสูงสุด" + "ไม่สามารถถูกดักจับ"
เทคนิค: วิธีไหนที่ใช้อุปกรณ์กายภาพ (Hardware)?
ต้องคิด: Security Key = USB ต้องเสียบจริง ดักไม่ได้
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. Passkeys และ Security Keys
📖 เหตุผล:
Passkeys และ Security Keys เป็นวิธีการยืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัยสูงสุด

เหตุผลที่ปลอดภัย:
• ใช้การเข้ารหัสแบบไม่สมมาตร (Asymmetric Encryption)
• ใช้อุปกรณ์เฉพาะ เช่น USB Security Key
• รองรับการยืนยันตัวตนทางชีวมิติ (Biometric)
ไม่มีรหัสที่ส่งผ่านเครือข่ายให้ดักจับได้
• ต้านทานการโจมตีแบบ Phishing ได้ดีที่สุด

เปรียบเทียบวิธีอื่น (ปลอดภัยน้อยกว่า):
SMS = ถูกดักจับหรือ SIM Swap ได้
Google Prompt = อาจกด Accept โดยไม่ตั้งใจ
Authenticator = ปลอดภัยดี แต่ยังน้อยกว่า Hardware Key
โทรศัพท์ = ถูก Social Engineering ได้

ตัวอย่าง Security Keys: YubiKey, Google Titan Security Key

🔍 สืบค้นข้อมูล

ข้อ 19
ข้อใดแสดงถึงลักษณะของเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดสำหรับการค้นคว้าทางวิชาการ
ก. เว็บไซต์ที่มีการอัปเดตข้อมูลทุกวัน
ข. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .com และมีผู้เข้าชมจำนวนมาก
ค. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .edu และเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ
ง. เว็บไซต์ที่มีรูปภาพและกราฟประกอบเนื้อหา
จ. เว็บไซต์ที่แสดงความคิดเห็นของผู้ใช้งานจำนวนมาก
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "ค้นคว้าทางวิชาการ" + "น่าเชื่อถือสูงสุด"
เทคนิค: มองหา Domain ที่เกี่ยวกับ "การศึกษา"
ต้องคิด: .edu = Education (สถาบันการศึกษา)
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ค. เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .edu และเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ
📖 เหตุผล:
เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือสำหรับการค้นคว้าทางวิชาการควรมีแหล่งที่มาชัดเจน

ทำไม .edu จึงน่าเชื่อถือ:
.edu = Educational (สถาบันการศึกษา)
• มักเป็นของมหาวิทยาลัย/วิทยาลัย
• เนื้อหาจัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการ
• มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลประกอบ
• ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ

Domain อื่นที่น่าเชื่อถือ:
.gov = Government (หน่วยงานราชการ)
.ac.th = Academic Thailand (สถาบันการศึกษาไทย)
.org = Organization (องค์กรที่มีชื่อเสียง)

Domain ที่ควรระวัง:
.com = Commercial (เชิงพาณิชย์) ต้องตรวจสอบแหล่งที่มา
.net, .info = ต้องพิจารณาเนื้อหาและผู้เขียน

ตัวเลือกอื่นไม่ใช่ตัวบ่งชี้ความน่าเชื่อถือทางวิชาการโดยตรง
ข้อ 20
เครื่องมือใดเหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดเก็บและจัดระเบียบข้อมูลดิจิทัลให้สามารถเข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต
ก. การบันทึกไฟล์ลงในไฟล์ Word เท่านั้น
ข. การใช้ระบบ Cloud เช่น Google Drive พร้อมสร้างโฟลเดอร์แยกตามหมวดหมู่และแบ่งสิทธิ์การเข้าถึง
ค. การเก็บข้อมูลในแฟลชไดรฟ์เพียงอย่างเดียว
ง. การพิมพ์เอกสารออกมาเก็บเป็นกระดาษ
จ. การบันทึกข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่
🎯 จุดที่ต้องดู
คำสำคัญ: "เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต" + "จัดระเบียบ"
เทคนิค: ต้องการระบบที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา
ต้องคิด: Cloud = ออนไลน์ + จัดการได้ + แชร์ได้
🎓 เฉลยและคำอธิบาย
✓ ตอบ: ข้อ ข. การใช้ระบบ Cloud เช่น Google Drive พร้อมสร้างโฟลเดอร์แยกตามหมวดหมู่และแบ่งสิทธิ์การเข้าถึง
📖 เหตุผล:
การใช้ระบบ Cloud Storage เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดเก็บและจัดระเบียบข้อมูลดิจิทัล

ข้อดีของระบบ Cloud:
เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านอินเทอร์เน็ต
ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ (PC, Mobile, Tablet)
จัดหมวดหมู่ได้ด้วยโฟลเดอร์
แบ่งปันไฟล์ได้ง่าย
กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงได้ (View/Edit/Owner)
สำรองข้อมูลอัตโนมัติ
ป้องกันข้อมูลสูญหายจากอุปกรณ์ชำรุด
✓ มีประวัติการแก้ไข (Version History)
ทำงานร่วมกันแบบ Real-time ได้

ตัวอย่างบริการ Cloud Storage:
• Google Drive
• Microsoft OneDrive
• Dropbox
• iCloud Drive

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่เหมาะ:
• Word/กระดาษ = ไม่ใช่ระบบจัดเก็บ
• แฟลชไดรฟ์ = หาย/เสียได้ง่าย, ไม่เข้าถึงผ่านเน็ต
• คอมพิวเตอร์ตัวเดียว = จำกัดที่เครื่องนั้นเท่านั้น